The Thrill Of The Game Technology สิ่งที่ต้องรู้ เมื่อซื้อมอเตอร์เกียร์

สิ่งที่ต้องรู้ เมื่อซื้อมอเตอร์เกียร์


มอเตอร์เกียร์ DC

ในงานอุตสาหกรรมทั้งขนาดใหญ่และขนาดย่อม หากต้องการให้งานออกมาเร็ว มีคุณภาพดีกว่าเดิม สิ่งที่ต้องเข้ามาช่วยก็คือเรื่องของเครื่องจักร ที่จะทำให้กำลังการผลิตสินค้าได้ปริมาณที่มากขึ้น รวมถึงคุณภาพของสินค้าก็ดีด้วย และเครื่องจักรที่ขาดไม่ได้ในโรงงานอุตสาหกรรมก็คือ มอเตอร์เกียร์ DC ที่เป็นตัวช่วยสำคัญในการลำเลียง การผลิตชิ้นส่วนต่างๆ แบบอัตโนมัติ 

ซึ่งมอเตอร์นั้น ก็มีอยู่หลายแบบ ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ในการใช้งาน แต่ที่เราพูดถึงในโรงงาน ต้องเน้นเป็นมอเตอร์เกียร์เป็นหลัก แม้แต่จะเป็นอุตสาหกรรมขนาดครัวเรือน ก็ยังได้ใช้ เพราะฉะนั้นเราจะมารู้จักเกี่ยวกับวิธีการเลือกมอเตอร์เกียร์กัน ว่ามีวิธีเลือกอย่างไร แต่ก่อนอื่นอยากให้ทุกท่านได้รู้ชนิดของมอเตอร์เกียร์แต่ละแบบกันก่อน 

รูปแบบของมอเตอร์เกียร์ 

  • HORIZONTAL TYPE REDUCER คือมอเตอร์เกียร์แบบขาตั้ง นิยมนำมาใช้งานที่ต้องการแรงขับเคลื่อนหรือต่อกับเพลาขับเคลื่อนที่อยู่ในระนาบล่าง โดยใช้วิธีการยึดกับฐานของเกียร์ 
  • VERTICAL REDUCER คือมอเตอร์เกียร์ชนิดหน้าแปลน โดยมอเตอร์ชนิดนี้จะเหมาะกับการใช้งานที่ต้องการแรงขับในแนวดิ่ง การยึดจะยึดกับฐานส่วนของหน้าแปลน 
  • HORIZONTAL REDUCER DOUBLE SHAFT คือมอเตอร์เกียร์ชนิดสองเพลา ลักษณะที่เห็นได้ชัดเจนก็คือมีหัวเกียร์ทั้งหมดสองเพลา นิยมใช้กับตัวขับเคลื่อนที่เป็นสายพานส่งกำลัง หรือโซ่เป็นหลัก  

การเลือกซื้อมอเตอร์เกียร์ ควรดูจากอะไรบ้าง 

เมื่อเราเข้าใจเกี่ยวกับ มอเตอร์เกียร์ DC ทีนี้มาดูกันต่อว่า ในการเลือกซื้อจะเลือกซื้ออย่างไร จึงจะได้มอเตอร์ที่เหมาะสมกับงาน เราก็มีวิธีมาแนะนำให้ทุกท่านได้ดูกัน 

1.กำลังของมอเตอร์ 

เป็นสิ่งแรกที่เราควรรู้ โดยการเลือกมอเตอร์ที่ดี ควรจะเลือกมอเตอร์ที่มีกำลังขับที่สูงกว่าโหลดที่จะเอาไปใช้ ไม่ควรเอามอเตอร์เกียร์ขนาดเล็ก ไปใช้กับงานหนัก เพราะเสี่ยงที่จะทำให้มอเตอร์เกิดความเสียหายได้ง่าย โดยให้ดูที่ปริมาณแรงม้า หรือ KW ของมอเตอร์ตัวนั้น 

2.อัตราการทดรอบ 

อัตราการทดรอบของมอเตอร์เกียร์แต่ละตัวไม่เท่ากัน คุณต้องดูรายละเอียดของมอเตอร์เกียร์ตัวนั้นก่อนว่าอัตราการทดรอบที่ใช้ได้จตริงนั้นที่เท่าไหร่ จะเหมาะสมกับการใช้งานของเราหรือไม่ 

3.รูปแบบของการใช้งาน 

ให้คุณดูว่างานที่จะนำมอเตอร์เกียร์มาใช้นั้นเป็นงานแบบใด ใช้ติดตั้งในลักษณะไหน เพื่อที่จะได้เลือกชนิดของมอเตอร์เกียร์ให้เหมาะสมกับงานที่ใช้ เช่น จะใช้เป็นหน้าแปลน หรือจะใช้เป็นแบบขาตั้งดี ขึ้นอยู่กับลักษณะหน้างานของเราเอง 

4.ประสิทธิภาพของมอเตอร์ 

มอเตอร์เกียร์แต่ละตัวจะมีประสิทธิภาพในการใช้งานไม่เหมือนกัน โดยจะมีการทดสอบว่าหากใช้งานสูงสุดทั้งโหลดและกำลังแบบต่อเนื่องจะได้กี่ชั่วโมง ในส่วนนี้ยิ่งทำงานได้นานเท่าไหร่ แสดงว่ามอเตอร์เกียร์ตัวนั้นมีประสิทธิภาพสูง ราคาก็อาจจะสูงตามไปด้วย 

ทั้งหมดนี้ก็คือวิธีการเลือกซื้อ มอเตอร์เกียร์ DC ที่ท่านควรรู้ก่อนจะหามาใช้ และหากท่านใดที่ยังไม่เข้าใจดีพอ แนะนำว่าให้คุณสอบถามกับเจ้าหน้าที่ทางร้านขายที่เป็นผู้เชี่ยวชาญก่อน จะได้ซื้อให้ถูกต้อง และไม่เกิดความเสียหายในภายหลัง